ออกแบบห้องนั่งเล่นเก่าให้เหมือนใหม่ ด้วย 5 เคล็ดลับ


หากท่านใดไม่ชอบความจำเจ และเบื่อกับบรรยากาศเดิมๆ ภายในห้องนั่งเล่น วันนี้เรามี 5 เทคนิคที่สามารถเปลี่ยนห้องนั่งเล่นเก่าให้เหมือนใหม่ โดยทั้ง 5 เทคนิคนี้มาจากนักอออกแบบภายใน (Interior Designer) ผู้มากประสบการณ์มาฝากกันครับ

  1. การใช้โทนสีในการสร้างลุคใหม่ให้กับห้องนั่งเล่น
    หากท่านใดที่ชอบลุคหรูหรา ควรใช้สีเอิร์ธโทน สีทอง สีเงิน แล้วใช้สีเข้มเข้ามาเบรก เพื่อไม่ให้ดูเลี่ยนเกินไป ใช้ไฟที่เป็น indirect ซ่อนอยู่ตามผนัง เพดาน และทางเดิน เพื่อทำให้บรรยากาศดูเหมือนโรงแรม ไฟซ่อนจะทำให้ดู smooth และสวยงาม หากท่านอยากได้ไฟที่ช่วยสร้างบรรยากาศ แต่มีงบน้อยแนะนำให้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น dimmer เพื่อให้แสงในห้องดูสลัวขึ้น หากท่านชอบลุค Modern Luxury แต่มีงบน้อย แนะนำให้เลือกใช้วัสดุสีเงินเงา สี rose gold หรือสีสแตนเลส เสริมเข้าไปในเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง จะทำให้ห้องของท่านดูเด่น มีชีวิตชีวา
  2. ลวดลายของเฟอร์นิเจอร์ สร้างจุดสนใจ
    การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ไม่ควรเลือกของที่ชอบ แต่ควรเลือกของที่ใช่ ทั้งในด้านของสีและลวดลาย เมื่อนำมาวางด้วยกันแล้วช่วยเสริมความสวยงาม ซึ่งกันและกัน หากอยากให้ห้องดูหรูหราขึ้น ควรใช้วัสดุ หรือของตกแต่งประเภทสแตนเลส หรือกระจกชนิดต่างๆ เข้ามาช่วย เนื่องจากวัสดุที่มีผิวสัมผัสเงาๆ จะให้ลุคที่ดูหรูหรา ห้องจะไม่สวยสมบูรณ์ถ้าขาดการจัดวาง หรือตกแต่งที่เหมาะสม
  3. เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก
    เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัตถุสำหรับการใช้งานเพียงเท่านั้น ในงานออกแบบยังถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้การตกแต่งห้องนั่งเล่นของท่านดูดี มีสไตล์และบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดี สิ่งที่ห้องนั้งเล่นขาดไม่ได้คงหนีไม่พ้นโซฟาซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านควรลงทุน เนื่องจากท่านใช้เวลาอยู่ในห้องนั่งเล่นนาน และเป็นจุดศูนย์รวมของคนในครวบครัวที่จะพบหน้ากันหากท่านได้โซฟาดีๆ สักตัว ก็มีความคุ้มค่าในระยะยาว เทคนิคง่ายๆ คือท่านควรตั้งเฟอร์นิเจอร์ไว้บนพื้นที่ ที่ทำให้ท่านไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสะบาย
  4. โซฟาผ้าหรือโซฟาหนัง
    การเลือกโซฟาผ้า หรือ โซฟาหนัง นั้นขึ้นอยู่กับฟังก์ชั่นการใช้งาน หากเป็นห้องไว้รับแขก ก็ควรจะเป็นโซฟาหนังเพื่อให้มันดูเป็นทางการ แต่หากเป็นห้องที่คุณเอาไว้นั่งเล่น นอนดูทีวีเป็นประจำ อาจจะเป็นผ้าก็ได้ เพราะ Texture สบาย พร้อมทั้งเพิ่มหมอนอิงลงไปก็ยิ่งทำให้ขลุกอยู่ในห้องนั่งเล่นได้ทั้งวัน อีกทั้งยังมีเรื่องของการมิกซ์แอนด์แมตช์ ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ Harmony กับ Contrast หากอยากได้แบบ Harmony ก็ต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักก่อน แล้วค่อยเลือกสีกับผิวสัมผัสออกไป เช่น โซฟาหนัง ต่อไปก็เลือกโคมไฟ แล้วกระจายสีออกไป หากหนังเป็นน้ำตาลส้ม อาจจะมิกซ์กับสีเบจ แล้วเพิ่มองค์ประกอบของไม้ วอเปเปอร์ก็อาจเป็นคู่สีกัน แต่หากอบากได้แบบ Contrast เลือกเฟอร์นิเจอร์สีแรง แล้วตัดคู่สีกัน เช่น เฟอร์นิเจอร์สีน้ำเงิน แล้วตัดด้วยสีอื่นอย่างเหลืองมะนาวหรือสีส้ม ก็จะกลายเป็นคู่สีที่ทำให้ห้องดูมีความสนุกและมีชีวิตชีวา
  5. ดีไซน์สวย สัมผัสได้
    เทคนิคสุดท้ายของการตกแต่งห้องนั่งเล่นให้เหมือนใหม่คือ การรวมศาสตร์และศิลป์ทางด้านการออกแบบเข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากการออกแบบต้องไม่เพียงจะต้องคำนึงถึงแค่ความสวย แล้วยังต้องคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่นักออกแบบทุกคนต้องนึกถึง ลำดับการตกแต่งห้องจึงมีความสำคัญว่าท่านควรจะเริ่มจากอะไร เพื่อให้ได้ลักษณะตามความต้องการของท่าน หลายท่านส่วนใหญ่มักหลงลืมเรื่องของพื้นที่สำหรับงานอดิเรกของท่านเอง ซึ่งบางครั้งท่านต้องการมีพื้นที่ความเป็นเด็กของท่านเอง อีกทั้งท่านควรจะคำนึงถึงเรื่อง Lighting ซึ่งสามารถใช้แสงมาสร้างจุดเด่นและจุดรองให้กับพื้นที่ภายในห้อง อาจใส่แชนเดอร์เลียเข้าไปช่วยให้ดูโดดเด่น
    สุดท้ายนี้หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้นำเทคนิคทั้ง 5 ข้อไปปรับใช้ในการดีไซด์ห้องนั่งเล่นของท่านในแบบที่ท่านชอบ และหลีกหนีความจำเจเดิมๆของห้องนั่งเล่น บางครั้งการปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ห้องนั่งเล่นของท่านเปลี่ยนไปเหมือนใหม่ หรืออาจจะเพิ่มแสงให้ห้องนั่งเล่นซึ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเปลี่ยนไปเลยทีเดียว
No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *